วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

สัตว์น้อยผู้แสนจะน่าร้าก


คู่มือการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว


วันนี้ท่านได้รับลูกสุนัขบางแก้วที่น่ารักตัวหนึ่งไปจากบ้านเรา เสมือนว่าท่านได้ให้คำมั่นกับเราว่า ท่านจะรักเขา ดูแลเขา อบรมสั่งสอนเขา หากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ท่านยินดีที่จะนำพาเจ้าบางแก้วตัวน้อยของ บ้านโชกุน ฝ่าฟันปัญหา ไปพร้อมๆกับท่าน ไม่ทอดทิ้งเขาให้เป็นสุนัขจรจัด ขอให้ท่านพึงระลึกไว้เสมอว่า ลูกหมาตัวนี้นั้นเป็นเหมือนลูกของ บ้านโชกุน เราเลี้ยงเขามาด้วยความรัก ความอบอุ่น และตั้งใจเขาเติบโตเป็นสุนัขที่น่ารัก และมีจิตใจที่ดี มีจิตประสาทที่ดี ไม่หวาดระแวง ไม่ดุก้าวร้าว เมื่อท่านรับเขาไปจากเรา ขอให้ท่านรักเขาเหมือนวันที่ท่านได้พบเขาและพาเขาไปจากเรา หากท่านไม่รัก สุนัขบางแก้ว อย่างจริงใจ ก็อย่าได้เอาเขาไปจากเราเลย


ก่อนที่ท่านจะรับลูกสุนัข บางแก้ว เราได้บอกเล่าถึง อุปนิสัย วิธีการเลี้ยง วิธีการดูแล วิธีการอบรมสั่งสอน เพื่อให้เจ้าบางแก้วตัวน้อยๆนี้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ และไม่มีปัญหากับสังคม ถ้าท่านมีปัญหาเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงสุนัข ขอให้ท่านปรึกษาเรา เรายินดีที่จะให้คำตอบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสุนัขบางแก้ว แต่ขอให้ท่านยึดแนวการเลี้ยงสุนัขเหมือน ที่เราได้พูดคุยกันแล้วเพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของสุนัขบางแก้วที่จะเปลี่ยน แปลงไปในอนาคต “ถ้าท่านไม่รัก บางแก้ว จริง ก็อย่าได้เอาเขาไปจากเราเลย"


วิธีการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว


“อย่าคิดว่าสุนัขบางแก้วเป็นสุนัขธรรมดา อย่าเลี้ยงอย่างเทวดา”


สุนัขบางแก้ว นั้นเป็นสุนัขที่ฉลาด เจ้าเล่ห์ ดื้อ สามารถที่จะตัดสินใจเอง ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ หวงบ้านที่อยู่อาศัย เป็นสุนัขที่มีความจำเป็นเลิศ หวาดระแวงและระวังตัวตลอดเวลานั้น ฉะนั้นหากท่านเลี้ยงสุนัขบางแก้ว แบบผิดวิธี สุนัขบางแก้ว จะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวได้

การเลี้ยงสุนัขบางแก้วนั้นขอ ให้เลี้ยงในกรง และต้องปล่อยเขาออกจากกรง ให้เป็นเวลาและสม่ำเสมอ เพราะก่อนที่ท่านจะรับสุนัขไปจากเรา เราได้ทำการฝึก ให้การอยู่ในกรง การขับถ่ายเป็นเวลา ไม่ขับถ่ายในกรง ฉะนั้นหากท่านต้องการให้เขาเป็นสุนัขที่มีนิสัยดี ไม่เป็นภาระสำหรับท่านในอนาคต ขอให้ท่านเลี้ยงสุนัขตามที่เราฝึกไว้ แล้วท่านจะรู้ว่า การเลี้ยงสุนัขบางแก้วไม่เป็นปัญหาสำหรับ ผู้เลี้ยง แม้แต่น้อย

อาหารและน้ำ ควรให้อาหารและน้ำในกรง ห้ามให้อาหารนอกกรงเด็ดขาด ถ้าให้อาหารนอกกรงเวลาที่เขากินอาหารเขาจะหวาดระแวงว่ามี จะมีใครมาแย่งอาหารเขา และเป็นการเพาะนิสัยการหวงของ เมื่อถึงเวลาที่จะให้อาหารนั้น ควรเรียกเขาเข้ากรง แล้วให้เขานั่งลง หรือให้เขาทำอะไรเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการให้อาหาร และต้องมีการทดสอบว่าเขามีการหวงอาหารหรือไม่ ในขณะที่เขากำลังทานอาหาร เราลองยกจานอาหารขึ้นแล้วดูว่าเขามีแสดงอาการขู่หรือไม่ ถ้ามีอาการขู่ต้องมีการลงโทษโดยการตีที่ปาก เพื่อให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราไม่ต้องการให้เขาแสดงอาการเหล่านั้น ถ้าไม่แสดงอาการขู่ เราก็ชมเขาแล้วให้อาหารเขาทานต่อ หรือว่าเขากำลังคาบของอยู่เราต้องฝึกเอาของออกจากปากเขาให้ได้ หากเขาแสดงอาการขู่เราก็ทำโทษ แต่ถ้าเขาไม่ขู่เราก็ชมเขา จงจำไว้ว่าการชมเชยเขานั้นเราต้องพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวล หากเราต้องการดุเขาเราก็ต้องแสดงเสียงให้เข้มแข็งหนักแน่น ในกรณีการให้น้ำนั้นควรฝึกให้ทานน้ำจากจุกน้ำเพื่อเป็นการป้องกันการเล่นน้ำในอ่างน้ำ

การนอนหรือการเล่นของเล่น ก็ควรให้เล่นในกรง เพราะเขาจะรู้สึกดีๆกับกรง ว่ากรงคือบ้าน ที่ปลอดภัย ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีใครมาทำร้าย แย่งอาหาร หรือแย่งของเล่นของเขา เขาจะ กิน นอน และเล่นของเล่นอย่างสบายใจภายในกรง

เรื่อง สถานที่ตั้งของกรงจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่จะทำให้เขาอยากอยู่ในกรง กรงนั้นต้องตั้งในสถานที่ที่ปลอดโปร่ง มีอากาศถ่ายเทตลอดเวลา ไม่ร้อน จงจำไว้ว่า หากเราลองไปยืนตรงบริเวณที่ตั้งของกรงแล้วเรารู้สึกร้อน สุนัขจะร้อนมาก ลองนึกว่าเราใส่เสื้อขนสัตว์แล้วอยู่ในกรงที่ร้อน เรารับรู้ความรู้สึกของสุนัขได้ และอุณหภูมิภายในร่างกายของสุนัขสูงกว่าคน แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องตั้งกรงในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เราก็จำเป็นต้องมีพัดลมเพื่อช่วยระบายความร้อนให้สุนัข ให้เขารู้สึกสุขสบายเมื่อยามอยู่ในกรง และจะเป็นผลดีกับสุขภาพของสุนัข

เมื่อเราดูแลเรื่องสถานที่ตั้งของกรง เรื่องการให้อาหารและน้ำในกรงเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมีการจัดตารางการปล่อยสุนัขออกจากกรงเพื่อให้เขารู้เวลาว่า เวลาไหนที่เขาควรทำอะไร เวลาที่เขาจะขับถ่าย เวลาที่เขาจะได้เล่นและพักผ่อนหย่อนใจนั้น

- ตอนเช้าเมื่อเราตื่นมาเราก็รีบปล่อยเขาออกมานอกกรงซักพักใหญ่ๆ เพื่อให้เขาได้ขับถ่าย แล้วก็เอาเข้ากรงและให้อาหารเช้า แล้วก็ปล่อยเขาออกมา เล่นและขับถ่ายเป็นระยะเวลาพอประมาณ

- ตอนเที่ยงๆ หรือตอนบ่ายๆ ปล่อยอีกครั้ง

-ตอนเย็นจัดการให้อาหารให้เรียบร้อย แล้วปล่อยเขาออกมานอกกรงเพื่อขับถ่ายแล้วปล่อยให้เขาเล่นเป็นเวลานานๆหน่อย เพื่อให้เขารู้สึกสบายใจ เราต้องเล่นเป็นกับเขา สอนเขาทบทวนคำสั่งกับเขา ในบางครั้งถ้า เขาดื้อ ไม่เชื่อฟัง เราก็สามารถเอาเขาใส่กรงทันที เป็นการลงโทษเขาวิธีหนึ่งและเราต้องสอนเขาด้วย

กรง จึงถือว่าเป็นประโยชน์ในทุกๆด้าน เป็นที่ให้สุนัขรู้สึกปลอดภัย และใช้สำหรับลงโทษสุนัขหากเขาถ้าเขาประพฤติตัวไม่ดี

การฝึกลูกสุนัขให้อยู่กรง 2-3 วันแรกอาจมีการร้อง เราอาจช่วยเพื่อให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นโดยใช้ เสื้อยืดที่เราใส่แล้ว ยังไม่ได้ซักและมีกลิ่นตัวของเราอยู่ นำมามัดเป็นปมๆ แล้วเอาใส่ไว้ในกรง เพื่อให้เขารู้สึกเหมือนมีเราอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา ถ้าเขายังร้องส่งเสียงดัง เราก็มาตีกรงดังๆแล้วดุเขา ถ้ายังไม่เงียบ เราก็ต้องอดทนที่จะฟังเขาส่งเสียงร้อง แต่เราก็ต้องสังเกตุดูด้วยว่าเขาร้องเพราะอะไร บางที่เขาอยากไปฉี่หรืออึหรือไม่ เพราะสุนัขบางตัวไม่ยอมที่จะขับถ่ายในกรง เราก็ต้องลองมาปล่อยเขาดูสักครู่ว่าเขาต้องการอึหรือฉี่หรือเปล่า ถ้าเขาไม่ เราก็ต้องรีบเก็บเขาเข้ากรงทันที หรือว่ายุงกัด หรือว่าอากาศร้อน เราต้องคอยดูแลเขาด้วย เมื่อเวลาการฝึกผ่านไปแล้วแล้ว คุณจะรู้ว่าการเลี้ยงสุนัขบางแก้วในกรงไม่ยุ่งยาก และก็ไม่เป็นภาระในอนาคตด้วย

เรื่องปลาปลา


เรื่องการขึ้นน้ำใหม่ กับปลาใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเลี้ยง
เอาหล่ะวันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องนี้ก่อน สำหรับหลายๆคนที่ซื้อปลาทองมาเลี้ยง พอเลี้ยงไปได้ซักพักแล้ว ทำไมปลาทองตัวที่ซื้อมาถึงตายเร็วจัง -เอาหล่ะครับก่อนอื่น
1.การเตรียมน้ำในภาชนะ(อ่าง,ตู้)ก่อนที่จะเลี้ยงปลา น้ำประปาที่เพื่อนๆจะเอามาใช้ ต้องเป็นน้ำที่ผ่านการพักน้ำประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้คลอรีนสลายก่อน หรือผ่านการกรองคลอรีนเพื่อสลายคลอรีนมาแล้ว ทำไมต้องน้ำประปา (น้ำประปาดีที่สุดเพราะผ่านการฆ่าเชื้อจากคลอรีนมาแล้ว)
2.การปรับอุณหภูมิน้ำและค่าPHของน้ำในถุงปลาที่ซื้อมาจากร้าน กับน้ำที่เตรียมไว้ในภาชนะ(อ่าง,ตู้)ที่บ้าน เอาถุงปลาที่ซื้อมา มาล้างถุงและก้นถุงให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าก่อน จากนั้นให้แช่ถุงปลา ลงไปในอ่างหรือตู้ที่เตรียมไว้เลี้ยงปลาทั้งถุง ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที(ถ้าเป็นหน้าหนาว ให้นานกว่านี้หน่อยเพื่อให้อุณหภูมิของน้ำในถุงปลากับอุณหภูมิของน้ำในอ่างหรือตู้เท่ากัน) เมื่อปลาปรับสภาพได้ แล้วก็ให้เปิดปากถุง และลอยถุงปลาต่อไปอีกประมาณ 20 นาที และให้ใส่อ๊อกฯในถุงปลาที่ลอยด้วย หลังจากนั้นตักน้ำในอ่างหรือตู้ ที่ลอยถุงปลาอยู่ใส่ลงไปในถุงปลาทีละน้อย ให้ปลาปรับสภาพกับน้ำใหม่ที่เตรียมไว้ แล้วก็ จากนั้นค่อยๆเอียงถุงปลา ปล่อยปลาลงน้ำ ที่เตรียมไว้ หรือให้ใช้มือจับเฉพาะตัวปลาลงไปในอ่าง(ในกรณีที่ซื้อปลามาจากที่ไกลๆเหตุที่ไม่เทน้ำในถุงลงไปในอ่างด้วยเพราะน้ำในถุงมีเมือกปลาที่ขับเมือกในขณะเดินทาง การจับปลาในถุงลงในอ่างปลาควรล้างมือให้สะอาดก่อน และแช่มือลงในอ่างซักครู่พอให้มือมีอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ก่อนจะจับปลาในถุงลงมาในอ่างนะครับ) จากนั้นแล้ว ก็ใส่เกลือลงไปสักหน่อย ให้ปลาสดชื่น และช่วยลดความเครียดให้ปลา โดยใส่เกลือ 0.3 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร (ถ้าหน้าหนาวอาจจะปรับเปลี่ยนวิธีได้นะครับ)แล้วก็ ที่สำคัญควรอดอาหารปลาประมาณ 3 วัน ห้ามให้อาหารเด็ดขาด.......สำคัญมากครับเรื่องนี้(การอดอาหารเพื่อให้ปลาได้พักผ่อนจากการเดินทางไกล จากการปรับสภาพกับน้ำ,สถานที่ใหม่ ให้ปลาแข็งแรง แล้วค่อยให้อาหาร) และ การซื้อปลามาใหม่ไม่ควรนำปลาที่ซื้อมาใหม่ไปเลี้ยงรวมกับปลาเก่าทันที.......ห้ามโดยเด็ดขาด ควรเลี้ยงกักไว้ในอ่างใหม่เพื่อป้องกันการตาย(ป้องกันการติดเชื้อโรคจากปลาใหม่ด้วย) ให้สังเกตดูปลาที่ซื้อมาใหม่ที่กักไว้ด้วยว่า มีอาการผิดปกติ มีอาการปลาซึมๆ มีรอยแดง มีสิ่งแปลกปลอมเกาะติดมากับปลาด้วยหรือป่าว หรือเป็นโรคอะไรหรือป่าว ถ้ามีให้รักษาตามอาการให้หาย และให้ปลาแข็งแรงก่อน ถึงควรจะให้อาหารและนำปลาใหม่ไปรวมกับปลาเก่าได้ขอให้ประสบความเร็จ มีปลาสวยไว้ในครอบครอง
การเลือกดูปลาป่วยไม่ป่วยดูยังไง เกือบลืมเทคนิคนี้อยากรู้ละสิว่าดูยังไงก่อนอื่นอันนี้กฏตายตัวใช้ได้ทุกร้าน1. ร้านไหนมีตู้ปลาป่วยและตายคาตู้ ควรเลี่ยงเลยนะครับ ไม่ควรซื้อ เพราะ ถ้าปลาเป็นโรคป่วยหรือตายคาตู้ ปลาในตู้ก็น่าจะติดเชื้อหรือเป็นโรคกันทั้งหมดตู้ ถ้า เราซื้อมา ขึ้นอยู่ว่าปลาจะมีอาการป่วยหรือตาย ช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับเวลาออกอาการของโรคที่มากับปลาครับ
2. หาร้านที่ปลามีการแยกที่อยู่เป็น สัดส่วนนะครับ เพราะว่าเราไม่รู้ได้ว่า ร้านขายไปเอาปลามาจากไหนกันบ้าง ถ้าแยกเป็นสัดส่วน เราจะได้หาสาเหตุถูก ว่าปลาป่วยเป็นอะไรหรือป่าว เราจะได้ไม่ต้องไปพลิกตำรา เสียเวลามารักษาปลา และจะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงเรื่องปลาตายและเสียดายเงินด้วยครับเอาล่ะ เวลาระทึกใจมาถึงแล้ววววว
กฏต่อไปนี้ ใช้ได้กับร้านที่เค้าจับปลาให้เราดู (ห้ามจับปลาเองโดยเด็ดขาด)
1. กรณี ที่เป็นลูกแบล็ค (ปลายังไม่ลอกไซร์ ไม่เกิน 1 1/2 นิ้ว) ให้ดูการว่ายน้ำถ้าอยากรู้ว่าป่วยไม่ป่วยเอาเลยครับ เคาะกาละมัง หรือภาชนะที่เขาใส่มาให้เราดู เคาะเบาๆเอาพอปลาตกใจเท่านั้นนะครับ ดูสมดุลการว่าย มีปายซ้ายชวาหรือป่าว มีพุ่งขึ้นขอบภาชนะไหม แล้วดูเลยปลาหายตกใจ...ว่าปลายืนน้ำแบบไหน
2. ดูที่แผ่นปิดเหงือก ถ้าแผ่นปิดเหงือก เปิด อ้าอ้า ก็อย่าไปเอาเลยครับ ไม่เกิน 3 วัน ไปแน่ๆครับ ลงท่อ
3. ดูรอยขีด ข่วน รอบๆตัวปลา จะได้เรียกประกันมาเคลมถูก เอ้ย ไม่ใช่ จะได้ไม่เอา เพราะโอกาสติดเชื้อตามมามีสูง.....ถึงคนขายจะว่า 2-3 วันก็ขึ้นใหม่ก็เถอะนะ
4. สังเกตดูที่ของเสีย ที่ปลาถ่ายออกมา สิ่งนี้จะฟ้องว่าปลา ป่วย ไม่ป่วย เกิน 70% ถ้าปลาไม่ป่วย สุขภาพดี พอสมควร ขี้ปลาจะเป็นสีดำสาย ยาวๆ ถ้าปลาป่วย จะเป็นเมือก ใสๆ (อันนี้สังเกตไปพักใหญ่ๆเลยกว่าจะได้ ทริคนี้มา)
5. อันนี้ถ้าสายตาของเพื่อนๆดีล่ะก็ ลองกันครับ ดูที่รอยต่อเกล็ด ถ้าเป็นปลายังไม่ลอกจะจัดหน่อย มันจะมีจ้ำแดงโผล่ออกมา เหมือนอาการเริ่มแรกของตกเลือดแต่มันหนักกว่านั้น เพราะ ที่เจอมากะตัวเลย เป็น 4 ตัว ตายเรียบ.....ก็ไม่เชื่อก็ให้ประสบการณ์ + เงินของเพื่อนลองดูครับ ... รับประกัน ไม่ตายก็กว่าจะหายป่วยก็เครียดล่ะครับงานนี้
ข้อสำคัญ สำหรับการไปเลือกปลาที่ร้านหรือ ที่ฟาร์ม นะ
อย่าเอามือของเพื่อนๆไปจับปลาในร้านหรือฟาร์มนะครับควรบอกเจ้าของร้านหรือคนขายมาตักให้ดู เพราะมือของท่านอาจจะมีเชื้อโรค อาจทำให้ปลาที่ร้านหรือที่ฟาร์มป่วยได้ นอกจากท่านได้ล้างมือและคนขายต้องอนุญาตให้ตักหรือจับได้ครับ
การเตรียมอ่างปูน (อ่างปูนใหม่)
1.ให้สังเกตุดูว่าผิวปูนว่าปูนแห้งดีแล้วหรือยัง ถ้าแห้งดีแล้ว จะมีฝ้าขาวจับอยู่คล้ายแป้ง แล้วล้างอ่างให้สะอาด
2.แล้วใช้แปรงหรือฟองน้ำทาหัวน้ำส้มสายชูที่พื้นผิวภายในอ่างให้ทั่ว แล้วตากให้แห้ง พอแห้งแล้วทาใหม่ ทำ 2-3 รอบ
3.พอทาหัวน้ำส้มสายชู 2-3 รอบ พอแห้งแล้วให้เทน้ำส้มสายชูลงไปและเติมน้ำให้เต็มอ่าง แล้วแช่อ่างทิ้งไว้ 1 วัน
4.พอแช่น้ำส้มทิ้งไว้ 1 วันแล้ว ให้ล้างอ่างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วเติมน้ำให้เต็ม กักน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 2 วัน ระหว่างช่วงเวลานี้ หาต้นกล้วยมาหั่นเป็นวงๆ ใส่ลงไปในอ่าง
5.หลังจากแช่อ่างที่มีต้นกล้วยผ่านไป 2 วันแล้ว ปล่อยน้ำทิ้งไป จากนั้นทิ้งอ่างให้แห้งสนิท อีก 1 วัน
6.อ่างแห้งแล้ว ให้ทาด้วยน้ำส้มสายชู อีก 1 รอบ
7.พออ่างที่ทาน้ำส้มสายชูแห้งแล้ว ล้างอ่างให้สะอาด ก้อใช้ได้แล้วครับ ก็ถึงเวลาที่รอคอย ปล่อยน้ำที่จะใช้เลี้ยงปลาลงในอ่างเปิดอ๊อกซิเจนแรง ๆ เตรียมไว้สักครู่ แล้วรอเอาปลาลงอ่างได้เลยครับ

ลูกแมวเหมียววววววววววววววววววว



วิธีการเลี้ยงลูกแมว
1. การกินนมใช้นมแพะ หรือนมสำหรับลูกแมว (ได้หมดค่ะ) เราใช้นมแพะศิริชัยค่ะ มีขายที่เซเว่น ราคาขวดละ 20 บ.อุปกรณ์ในการป้อนนม ใช้ขวดนมสำหรับลูกแมว (หาซื้อตาม โรงพยาบาลสัตว์) หรือจะใช้ไซริงขนาดเล็ก 1 ซซ. ก็ได้ค่ะหากต้องการให้ปลายไซริงค์นิ่ม เอาไส้ไก่จักรยานสวมที่ปลายไซริงค์ใช้แทนจุกนมได้ หรือจะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ เค้ากินได้ (มันใส่ยากมากเลยแหละ)
**ลูกแมวเล็ก ใช้ไซริงค์ขนาด 1 ซซ. ในการป้อนลูกแมวค่ะ**
- ลูกแมวเด็ก อายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ เค้าจะกินบ่อย กินทุก 2 ชม. ป้อนครั้งละ 1-2 ซซ. ในช่วงแรกเกิด- อายุ 2 สัปดาห์ ป้อนครั้งละ 5-7 ซซ. ทุก 2 ชม.- อายุ 3 สัปดาห์ ป้อนครั้งละ 7-10 ซซ. ทุก 3 ชม.- อายุ 4 สัปดาห์ เริ่มหัดให้กินอาหารเปียก และอาหารข้น ยังคงป้อนนมอยู่ค่ะ(วิธีการทำอาหารข้นดูที่นี่เลยค่ะ
"ทำอาหารปั่นให้ลูกแมวเบบี๋" )
2. ขับถ่ายหลังป้อนนม ให้กระตุ้นการขับถ่าย โดยใช้สำลีชุบน้ำอุ่น เช็ดที่ก้นเค้าหรือจะใช้ทิสชูแห้งๆ ก็ได้ค่ะ ถ้าใช้ทิสชู วิธีการกระตุ่นให้ใช้วิธีแตะถี่ๆ ที่ก้นลูกแมว (ไม่ควรถูไปมา เพราะจะทำให้ก้นเปื่อยค่ะ)กระตุ่นในช่วงแรกๆ ลูกแมวจะฉี่ออกมา หากลูกแมวมีอาการเกร็งตัว แสดงว่าเค้าจะอึค่ะ ให้กระตุ้นต่อไปอีก เค้าจะอึออกมา
3. ระวังท้องอืดลูกแมวที่ไม่ได้กินนมแม่ มักจะมีอาการท้องอืดได้ง่าย เนื่องจากย่อยและดูดซึมนมที่ใช้ทดแทนนมแม่ได้ไม่ดีเท่านมแม่
ป้องกันได้โดย : ป้อนไกร์สวอเตอร์ (ยาแก้ท้องอืดสำหรับเด็ก) มีขายตามร้านขายยา โดยป้อนตัวละ 0.1-0.2 ซซ. หลังอาหาร
4. ตัวช่วยย่อยให้ยาคูลท์ ลูกแมวตัวละประมาณ 0.2-0.3 ซซ. เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ช่วยย่อยให้ลูกแมว ป้องกันการท้องอืด และบรรเทาอาการท้องผูกได้ค่ะ ให้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
5. ลูกแมวท้องผูกหากให้ยาคูลท์ และมีการกระตุ้นขับถ่ายแล้ว ลูกแมวไม่ถ่ายเกิน 2 วัน มีตัวช่วยค่ะ รอใน Entry ต่อไปนะ